ยินดีต้อนรับ Lekplastic.com

คุณยังไม่มีสินค้าในรถเข็น

LiveZilla Live Help
ติดต่อสอบถาม
098-482-2232 ( 8.00น.-20.00น. )
เกรดถุงพลาสติก

ชนิดของถุงพลาสติก

 

ถุงพลาสติก OPP มีความมันวาว และใสพิเศษ เจาะรูแขวนโชว์สินค้า สามารถทำได้ ติดฝากาวบน , ติดฝากาวล่าง  สอดมุกพิเศษ  พิมพ์ได้  7 – 8 สี


ถุงพลาสติก IPP ถุงแก้วใสพิเศษที่มีความเหนียว  เหมาะสำหรับใส่ขนม , คุ๊กกี้  หรือขนมอบแห้ง มีทั้งแบบปากเสมอ , และพับข้าง  สามารถพิมพ์ได้ 1 – 3 สี

 

ถุงพลาสติก HD เป็นเนื้อขาวขุ่น  สามารถพิมพ์ด้าย  1 – 3 สี

   -เกรด A สามารถทำได้ตั้งแต่  3” ถึง  100”
   -เกรด AB สามารถทำได้ตั้งแต่  12” ถึง 40”  ( ซิลธรรมดา)
   -เกรด AB สามารถทำได้ตั้งแต่  12” ถึง 55”  ( พับข้าง)
 และยังสามารถทำ  HD สีชา , HDสีตาม ORDER ลูกค้า  และถุงขยะดำ ถุงเพาะชำ


ถุงพลาสติก PE เนื้อใสขุ่นมีความเหนียว  สามารถพิมพ์ได้ 1 – 3 สี   และเป็นเนื้อพลาสติกชนิดเดียวกับ  ถุงซิบ  สำหรับใส่ยา  หรือ อะไหล่ชิ้นเล็ก  ตามความต้องการของลูกค้า

 

ถุงพลาสติก PP เนื้อใส  เป็นเนื้อถุงที่ทนความร้อนได้สูง  สามารถทำได้ตั้งแต่ ไซด์  3” – 36” สามารถพิมพ์ได้ 3 – 4 สี  และสามารถใส่แกนม้วน และพิมพ์ตามความต้องการของลูกค้า


ถุงพลาสติก PPA , PEA เหมาะสำหรับแพคเสื้อผ้า  สามารถพิมพ์ได้ 1 – 3 สี  และสามารถเทพื้นขาวทำเป็นซองสิ่งตีพิมพ์ หรือซองใสเอกสาร  มีทั้งแบบสอดลิ้น และ ฝากาว

 

พลาสติก คือ สารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้น เพื่อใช้แทนวัสดุธรรมชาติ เป็นวัสดุที่มนุษย์คิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยให้เรามีชีวิตที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น  พลาสติกจัดเป็นสารประกอบพวกไฮโดรคาร์บอนที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ประกอบด้วยโมเลกุลซ้ำๆ กันต่อกันเป็นโมเลกุลสายยาวๆ ประกอบด้วยธาตุสำคัญ คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน นอกจากนี้อาจมีธาตุอื่นๆเป็นส่วนประกอบย่อย ซึ่งได้แก่ ไนโตรเจน, ฟลูออรีน, คลอรีน, และกำมะถัน เป็นต้น

 

พลาสติก มี 2 ประเภท ได้แก่

1.เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ได้แก่

PE,PP,PS,SAN,ABS,PVC,Nylon,PET,PC 

          ซึ่งโครงสร้างโมเลกุล ของโพลิเมอร์นี้จะเป็นลักษณะสายโซ่ เป็นแบบเส้นตรงหรือแบบกิ่งสั้นๆ เมื่อได้รับความร้อนจะอ่อนตัวลงและสามารถละลายได้ดีในตัวทำละลายบางชนิด เมื่อหลอมเหลว โมเลกุลของโพลิเมอร์ที่พันกันอยู่สามารถเคลื่อนที่ผ่านกันไปมาได้ง่ายขึ้นเมื่อได้รับความร้อนและเมื่อเย็นตัวลงก็จะแข็งตัว ซึ่งลักษณะการหลอมเหลวและเย็นตัวนี้ สามารถเกิดกลับไปกลับมาได้โดยไม่ทำให้สมบัติทางเคมีและทางกายภาพ หรือโครงสร้างของโพลิเมอร์เปลี่ยนไปมากนัก

 

          ส่วนใหญ่พลาสติกประเภทนี้จะขึ้นรูปโดยการฉีด เข้าไปในแม่แบบที่มีช่องว่างเป็นรูปร่างตามต้องการ ในขณะที่พลาสติกถูกทำให้อ่อนตัวและไหลได้ด้วยความร้อนและความดัน ซึ่งหลังจากที่พลาสติกไหลเข้าจนเต็มแม่พิมพ์ก็จะถูกทำให้เย็นตัว และสามารถนำออกจากแม่พิมพ์ได้ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีรูปร่างตามต้องการ สามารถนำไปใช้งานได้ ซึ่งข้อเสียและขีดจำกัดของการใช้งาน คือไม่สามารถใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้ เพราะอาจเกิดการบิดเบี้ยวหรือเสียรูปทรงไป

 

2.เทอร์โมเซตติ้ง (Thermosetting) ได้แก่

เมลามีน,phenol-formaldehyde, epoxy,polyester,urethane,polyurethane

           โพลิเมอร์ประเภทนี้จะมีโครงสร้างเป็นแบบร่างแห ซึ่งจะหลอมเหลวได้ในขั้นตอนการขึ้นรูปครั้งแรกเท่านั้น ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีปฏิกิกริยาเคมีเกิดขึ้นทำให้เกิดพันธะเชื่อมโยงระหว่างโมเลกุล ทำให้โพลิเมอร์มีรูปร่างที่ถาวร ไม่สามารถหลอมเหลวได้อีกเมื่อได้รับความร้อน และหากได้รับความร้อนสูงเกินไป จะทำให้พันธะระหว่างอะตอมในโมเลกุลแตกออก ได้สารที่ไม่มีสมบัติของความเป็นโพลิเมอร์ต่อไป

 

            การผลิตพลาสติกชนิดเทอร์โมเซตจะแตกต่างจากพลาสติกชนิดเทอร์โมพลาสติกคือ ในขั้นตอนแรกต้องทำให้เกิดปฏิกิริยาโพลิเมอไรเซชันเพียงบางส่วน มีการเชื่อมโยงโมเลกุลเกิดขึ้นบ้างเล็กน้อย และยังสามารถหลอมเหลวเมื่อได้รับความร้อน จึงสามารถขึ้นรูปภายใต้ความดันและอุณหภูมิสูงได้ เมื่อผลิตภัณฑ์มีรูปร่างตามต้องการแล้ว ให้คงอุณหภูมิไว้ประมาณ 200-300 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้โครงสร้างแบบร่างแหที่เสถียรและแข็งแรง สามารถนำผลิตภัณฑ์ออกจากแบบโดยไม่ต้องรอให้เย็น เนื่องจากผลิตภัณฑ์จะแข็งตัวอยู่ภายในแม่พิมพ์ ดังนั้นการให้ความร้อนในกระบวนการผลิตพลาสติกเทอร์โมเซตกลับทำให้วัสดุแข็งขึ้น ต่างจากกระบวนการผลิตพลาสติกเทอร์โมพลาสติที่การให้ความร้อนจะทำให้พลาสติกนิ่ม และหลอมเหลว พลาสติกเทอร์โมเซตเมื่อใช้งานเสร็จแล้วไม่สามารถนำมาผ่านการหลอมและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือรีไซเคิล (recycle) ได้อีก และถ้าให้ความร้อนมากเกินไป จะทำให้พลาสติกเกิดการสลายตัวหรือไหม้ โดยไม่เกิดการหลอมเหลว ตัวอย่างของพลาสติกในกลุ่มนี้เช่น เบคเคอไลต์ และเมลามีน เป็นต้น

 

 
Back to Top